UPOV 1991 และภาษีบาป 2 เรื่องที่ยังไม่จบ พร้อมวิธีแสดงความเห็นก่อน 14 ต.ค. 2569
9 ต.ค. 2569 · เรื่องใกล้ตัว

ช่วงที่หลายคนวุ่นกับน้ำท่วม มี 2 เรื่องที่ยังเดินหน้าอยู่ และสุดท้ายมาถึงจานข้าวกับสุขภาพของเราทุกคน เรื่องแรกคือเมล็ดพันธุ์ในการเจรจา FTA ไทย–EU เรื่องที่สองคือภาษีเหล้า–บุหรี่ที่ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนต่าง ๆ บทความนี้สรุปข้อมูลตามแหล่งข่าวและเว็บรัฐสภา แยกว่าอะไรยืนยันได้แค่ไหน แล้วให้คุณอ่านและตัดสินใจเอง
เรื่องที่ 1 ข้อเสนอ UPOV 1991 ในการเจรจา FTA ไทย–EU
การเจรจา FTA ไทย–EU รอบที่ 10 จัดที่ภูเก็ตช่วง 28 ก.ย. ถึง 6 ต.ค. 2569 ตกลงกันได้แล้ว 15 จาก 24 บท ตามรายงานของประชาไทและผู้จัดการออนไลน์
ในโต๊ะเจรจามีข้อเสนอให้ไทยปรับกฎหมายตามอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งต้องแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ประเด็นที่คนห่วงคือถ้าไทยรับข้อเสนอ เกษตรกรอาจเก็บเมล็ดจากพันธุ์ที่มีเจ้าของไปปลูกต่อเองไม่ได้ ต้องซื้อใหม่ทุกฤดู และต้นทุนนี้อาจไหลไปถึงราคาอาหาร
สถานะที่ควรรู้
- ไทยยังไม่ได้ลงนาม และยังไม่มีข้อยุติเรื่องนี้
- สภาเกษตรกร 77 จังหวัดมีมติให้ชะลอ ส่วนภาคประชาสังคมยื่นค้าน โดยประชาไทรายงานว่า 160 องค์กร แต่มีอีกสำนักข่าวรายงานว่า 146 องค์กร ตัวเลขนี้จึงยังไม่ตรงกัน
- รัฐบาลระบุว่ายังไม่ได้ข้อยุติ และกฎหมายปัจจุบันยังให้เก็บเมล็ดไปปลูกต่อได้
- มีผู้อภิปรายในสภาเตือนว่าค่าเมล็ดพันธุ์อาจแพงขึ้น 3 ถึง 6 เท่า แต่ยังไม่มีผลศึกษารองรับ จึงเป็นคำเตือนของผู้อภิปราย ไม่ใช่ข้อสรุป
ตอนนี้ยังไม่มีแบบฟอร์มทางการให้ประชาชนกดแสดงความเห็นเรื่องนี้ สิ่งที่ทำได้คือติดตามข่าว และบอกต่อให้คนใกล้ตัวรู้ว่าเรื่องนี้กำลังเจรจาอยู่
เรื่องที่ 2 ภาษีบาปกับ 4 กองทุน
เงินจากภาษีเหล้า–บุหรี่ส่วนหนึ่งส่งเข้า 4 กองทุน ได้แก่ สสส. ไทยพีบีเอส กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนกีฬา ตอนนี้มีร่างกฎหมายเสนอให้ยกเลิกเงิน 2% ที่ส่งตรงเข้ากองทุน แล้วให้ไปของบประมาณประจำปีแทน
ร่างนี้เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ 30 ก.ย. ถึง 14 ต.ค. 2569 ตามระบบรับฟังความคิดเห็น มาตรา 77 ของรัฐสภา และตามร่างจะมีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. 2570 ที่ต้องย้ำคือร่างนี้ยังไม่ใช่กฎหมาย
เหตุผลของสองฝ่ายเป็นแบบนี้
- ฝั่งผู้เสนอและรัฐ ให้เป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้ยุบองค์กร แค่เปลี่ยนวิธีได้เงิน กรมสรรพสามิตชี้แจงว่าจะขึ้นภาษีปกติเพื่อชดเชย เงินเข้าคลังโดยตรง
- ฝั่งคัดค้าน ห่วงว่างานสุขภาพต้องไปแย่งงบกับหน่วยงานอื่นทุกปี งานระยะยาวอาจสะดุด และความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะกับงานรณรงค์อาจลดลง ผู้วิจารณ์ยกตัวเลขว่า 4 กองทุนรวมกันราว 1.4 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขจากฝั่งผู้วิจารณ์
ยอดบนหน้าเว็บรัฐสภา ณ วันที่ 9 ต.ค. 2569 ส่วนใหญ่กด "ไม่เห็นด้วย" คือ ไทยพีบีเอส 95.39% (40,079 คน), สสส. 94.21% (25,558 คน), กองทุนผู้สูงอายุ 98.59% (8,455 คน) และกองทุนกีฬา 98.27% (6,998 คน) ตัวเลขนี้เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และบอกแค่ยอดที่กดในระบบ ไม่ได้แทนความเห็นของคนทั้งประเทศ
กด "ไม่เห็นด้วย" ได้เลย · ปิด 14 ต.ค. 2569
ใส่เลขบัตร 13 หลัก → เลือก "ไม่เห็นด้วย" → กด ส่งความคิดเห็น
- สสส. · เปิดแบบฟอร์ม สสส.
- ไทยพีบีเอส · เปิดแบบฟอร์ม ไทยพีบีเอส
- กองทุนผู้สูงอายุ · เปิดแบบฟอร์ม กองทุนผู้สูงอายุ
- กองทุนกีฬา · เปิดแบบฟอร์ม กองทุนกีฬา
4 ลิงก์ = 4 ฉบับ แยกกัน กดให้ครบทุกอัน ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีต่อฉบับ ไม่ต้องสมัครสมาชิก
ข้อควรระวัง ใส่เลขบัตรเฉพาะเว็บที่ขึ้นต้นด้วย www.parliament.go.th ระบบนี้ไม่ขอรหัส OTP เลขบัญชี หรือรูปบัตร ถ้ามีใครทักมาขอข้อมูลเหล่านี้ในนามการลงชื่อ ให้ถือว่าเป็นการหลอกลวง
ข้อมูลในบทความมาจากระบบรับฟังความคิดเห็นมาตรา 77 ของรัฐสภา ประชาไท กรุงเทพธุรกิจ โพสต์ทูเดย์ ผู้จัดการออนไลน์ และแนวหน้า ควรอ่านร่างฉบับเต็มในหน้าแบบฟอร์มของรัฐสภาด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ